ArtBangkok.com : Thailand Contemporary Creative Art Design and Entertainment
Untitled Document

   หน้าแรก  >  Hilight  >  ศิลป์วิจิตรใต้ร่มโพธิ์ทองงาน“ประณีตศิลป์ชั้นสูง"สัมผัสความงามที่สะท้อนถึงความรักความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของคนไทยที่มีต่อพระมหากษัตริย์

 

“ประณีตศิลป์  หมายถึง การประดิดประดอยทำด้วยมือ สองทำด้วยความตั้งอกตั้งใจอย่างยิ่ง ตั้งใจ ที่จะถ่ายทอดฝีมือทั้งหมดลงไปอยู่ในชิ้นงา น ตั้งใจถ่ายทอดชีวิตจิตใจลงไปในเนื้องาน ดังนั้นผลงานที่ออกมาจึงงดงามอ่อนช้อย แตกต่างไปจากงานอุตสาหกรรมศิลป์อย่างที่รู้จักกันในปัจจุบัน”
คำว่าประณีตศิลป์ ได้รับการหยิบยกขึ้นมากล่าวขานอีกครั้งในวิถีชีวิตของคนไทยวันนี้ ภายในนิทรรศการหมุนเวียน “ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์" ชุด "ศิลป์วิจิตรใต้ร่มโพธิ์ทอง”  ซึ่งจัดขึ้น โดย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ด้วยหวังให้เยาวชน คนไทยได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยจากพระราชพิธียิ่งใหญ่ ผ่านงานประณีตศิลป์ชั้นสูงของแผ่นดิน ที่ไม่เพียงบ่งบอกถึงการเป็นชาติแห่งอารยธรรรมที่สืบทอดศิลปะความงดงามมาอย่างยาวนานภายใต้ร่มโพธิ์ทองอันร่มเย็น  แต่ยังเชื่อมร้อยไปถึงความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนคนไทยได้อย่างลึกซึ้งและงดงามมากที่สุด
  

อ.เผ่าทอง ทองเจือ  ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ร้อยเรียงเรื่องราวความเป็นมาของคำว่าประณีตศิลป์ ให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า ความเป็นมาของศิลปะชั้นสูง ที่เรียกกันว่างานประณีตศิลป์ทั้งหมดของประเทศไทยที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ล้วนแล้วแต่มีกำเนิดมาจากราชสำนัก เพราะในอดีตองค์พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์งานศิลปะทุกประเภท ทุกแขนง
เพราะฉะนั้นการที่จะมีพระราชพิธีต่างๆ ในราชสำนัก  การพระราชพิธีเหล่านั้นจำเป็นต้องรวบรวมเอาศิลปะทุกแขนงเข้ามาเป็นข้าวของเครื่องใช้ประกอบในพระราชพิธี  โดยการจัดนิทรรศการครั้งนี้คนไทยจะเห็นได้ว่างานศิลปะทั้งหมดกำเนิดมาจากราชสำนัก และคำว่า ประณีตศิลป์ชั้นสูงนั้นมีความงดงาม อ่อนช้อย ประณีตเช่นไร
นอกจากศิลปะจะเป็นเครื่องแสดงถึงความเป็นมาอันยาวนาน หรือการมีอารยธรรมของประเทศแล้ว  ความวิจิตรงดงาม อ่อนช้อยของผลงานประณีตศิลป์ชั้นสูงที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบในพระราชพิธีต่างๆ นั้นยังบ่งบอกถึงความรักความศรัทธาที่คนไทยมีต่อพระมหากษัตริย์อย่างไม่อาจเปรียบใดเสมอเหมือนได้อีกด้วย
“ เครื่องประกอบทุกพระราชพิธีสร้างชึ้นจากฝีมือของคน  ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆล้วนเป็นงานประณีตศิลป์ที่ทุกคนตั้งอกตั้งใจทำขึ้นเพื่อถวายในหลวง ถ้าคนที่สร้างงานศิลปะเหล่านั้นไม่มีศรัทธา ไม่มีความจงรักภักดีจะทำงานไม่ได้ประณีตถึงขนาดนั้นได้ งานเหล่านี้ประณีตและงดงามเกินกว่าที่จะใช้มูลค่าของเงินเป็นค่าจ้าง พวกเขาทำด้วยใจ ทำด้วยความรัก และทำด้วยความศรัทธาที่มีต่อพระมหากษัตริย์จริงๆ  “ 
และด้วยความรัก ความศรัทธานี่เองที่ทำให้เกิดผลงานอันวิจิตร งดงามเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูงที่มีคุณค่าอย่างใหญ่หลวงต่อแผ่นดินไทยในปัจจุบัน  และเป็นสิ่งที่เยาวชน คนไทยในยุคปัจจุบันควรจะที่ศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้  เพราะไม่เพียงความงดงามอันวิจิตรที่สัมผัสได้ด้วยจิตวิญญาณของผู้รังสรรค์ เพื่อสะท้อนถึงความรัก ความศรัทธาอย่างยิ่งใหญ่เท่านั้น  ศิลปะอันงดงามวิจิตรเหล่านี้เมื่อเข้ามาประกอบในพระราชพิธีต่างๆ ยังสามารถสะท้อนประวัติศาสตร์ชาติไทย รวมถึงแฝงปรัชญาที่สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตเรียบง่าย ตามแบบวิถีไทยที่ไม่ว่ายุคสมัยจะแปรเปลี่ยนไปขนาดไหนก็ยังสามารถใช้ได้เพราะปรัชญาต่างๆ ที่แฝงด้วยคติธรรมเหล่านี้ล้วนเป็นความจริงที่สำคัญในการดำเนินชีวิตของผู้คน
           
“ทุกขั้นตอนของพระราชพิธีมีปรัชญาแฝงไว้ทั้งสิ้น รวมไปถึงเครื่องถวายต่างๆ เช่นในขั้นตอนการเตรียมการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่จัดแสดงไว้ภายในนิทรรศการครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ คือเครื่องแสดงความเป็นพระราชา 5 สิ่ง ผู้ใดได้ครอบครองทั้ง 5  สิ่งนี้ ผู้นั้นคือพระมหากษัตริย์  ประกอบด้วย พระมหาพิชัยมงกุฎ  พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกรชัยพฤกษ์ วาลวิชนีและพระแส้จามรี และฉลองพระบาทเชิงงอนเครื่องสิริมงคล 5  สิ่งนี้เชื่อมโยงให้เห็นว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีความสำคัญอย่างไร

อย่างพระมหาพิชัยมงกุฎ มีน้ำหนักถึง 7.6  กิโลกรัมสะท้อนว่าพระมหากษัตริย์ทรงต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของแผ่นดิน ของประชาชนเหนือพระเศียรของพระองค์และเมื่อทรงสวมพระมหาพิชัยมงกุฎแล้ว จะเป็นเครื่องเตือนพระสติว่าจะต้องมีพระราชภาระปกครองประเทศ ดูแลประชาชน
     

พระแสงขรรค์ชัยศรี เป็นอีกลำดับหนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ พระแสงขรรค์ชัยศรี คือดาบที่มีคมสองด้าน ปกติดาบทั่วไปมีคมด้านเดียวเวลาเราชอบใครก็จะส่งด้านไม่มีคมให้ แต่ถ้าไม่ชอบใครก็จะใช้ด้านที่มีคม  ดังนั้นจึงเป็นเครื่องให้เห็นถึง ความยุติธรรมของพระมหากษัตริย์ เพราะไม่ว่าพลิกด้านไหนก็มีคม 

 

หรือแม้แต่พระมหาเศวตฉัตร  เครื่องสูงซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงพระราชอิสริยยศอันสูงยิ่งของพระมหากษัตริย์ พระมหาเศวตฉัตร 9 ชั้น หมายถึงทรงเป็นใหญ่เหนือ 9  ทิศ ซึ่งในความเป็นจริงเรามี 10 ทิศ แต่ทิศที่ 10 ซึ่งเป็นทิศเบื้องบนนั้น พระมหากษัตริย์อุทิศถวายให้เป็นที่สถิตย์ของเทพยดา ฟ้าดิน  เพราะฉะนั้นกษัตริย์ของเราจะมีเทพยดาฟ้าดินปกปักรักษา เพราะไม่ทรงถือว่ามีอำนาจล่วงเกิน “
 

นอกจากนี้อ.เผ่าทอง ยังได้เผยถึงปรัชญาสำคัญที่แฝงอยู่ในพระราชพิธี และเครื่องประกอบทุกชิ้นด้วยว่า เป็นสิ่งที่คนไทยควรต้องเรียนรู้ และนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้ด้วย 
 

“ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ปรัชญาให้กับพระมหากษัตริย์ แต่เป็นปรัชญาสำหรับคนไทยทั้งประเทศว่าการที่เราได้ทราบถึงความสมถะ ความยุติธรรมหรือความพอเพียงขององค์พระมหากษัตริย์ เท่ากับเป็นหลักให้กับการดำรงชีวิตของเรา เพราะสิ่งของทุกขั้นตอนในพระราชพิธีไม่ได้หมายถึงความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟื่อยใดๆเลย ทุกขั้นตอนของทุกพระราชพิธีเป็นไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ สมถะ ความพอเพียง ความอ่อนน้อมถ่อมตัว ความกตัญญูและความรู้จักอาวุโส นี่คือสิ่งสำคัญของพระราชพิธี  สามารถนำมาเป็นหลักในการดำรงชีวิตของเราได้ เพราะถ้าเรารู้สึกถึงความสมถะ ความพอเพียง ความกตัญญู ความรู้ถึงระบบอาวุโส จะทำให้ทุกอย่างสงบร่มเย็น”  อ.เผ่าทอง กล่าวทิ้งท้าย
  

 
    Share to Facebook



----------------------------------------------------------------------------------------
ให้คะแนนบทความนี้
คะแนนบทความนี้: 2.1/5ดาว (จากจำนวนโหวต 8 votes )

 
 
 
 
 
 
 
สืบค้นข้อมูล ทางกระทรวงวัฒนธรรม

 

ArtBangkok.com ออกแบบและจัดทำโดย บริษัท ดีพี สตูดิโอ จำกัด เลขที่ 30 สุขุมวิท 85 บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ 10260
โทร.02-3311610 โทรสาร 02-3311618 email artmaster@artbangkok.com
Copyright 2003 ArtBangkok.com All rights reserved