Untitled Document
|
|
|
| |
เครือข่ายสังคมออนไลน์กับศิลปินและผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรม (Online Social Network for Thai Professional Artists)

แม้จะเป็นเพียงข่าวกรอบเล็กๆในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ก็เป็นเรื่องราวที่ได้รับการบอกต่อไปยังสาธารณชนผ่านสื่อมวลชนหลายแขนง เกี่ยวกับการที่กระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานหลักของประเทศ ผู้มีพันธกิจสำคัญประการหนึ่งคือการนำมิติทางวัฒนธรรมมาเพิ่มคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งเสริมอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม ได้เปิดเว็บไซต์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้ชื่อโดเมน CreativeCultureThailand.com ซึ่งอยู่ในโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มเข็ง 2555 ของรัฐบาล เพื่อเป็นสื่อกลางเผยแพร่การพัฒนาสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ที่เกิดจากการพัฒนาต่อยอดต้นทุนทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีอยู่ในท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเว็บไซต์ดังกล่าวได้บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับองค์ความรู้ การแนะนำสินค้า และผู้ประกอบการด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีผลงานดีเด่น มีการพัฒนาการนำเสนอข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกวัน ถือเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ศิลปินและผู้ประกอบการวัฒนธรรม โดยมีข้อมูล รูปภาพ และรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าทางวัฒนธรรมให้ผู้ที่สนใจ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสืบทอดทางวัฒนธรรม งานหัตถกรรม การท่องเที่ยว แพทย์แผนไทย อาหารไทย กลุ่มศิลปะ กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ การกระจายเสียงภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตลอดจนกลุ่มงานสร้างสรรค์ งานออกแบบ ดนตรี ซึ่งสามารถสืบค้นสินค้า ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ จากผู้ผลิตในท้องถิ่นทั่วประเทศ และในอนาคตจะเป็นพื้นที่สำหรับการค้าขายออนไลน์ รวมถึงพัฒนาให้สื่อสารข้อมูลเป็นภาษาต่างประเทศได้อีกหลายภาษา
เมื่อพิจารณาถึงการเติบโตอย่างพรวดพราดของจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก รวมถึงกระแสเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่กำลังมาแรง การที่หน่วยงานราชการอย่างกระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดโอกาสให้ศิลปินและผู้ประกอบการวัฒนธรรมสามารถมีพื้นที่หรือช่องทางในการนำเสนอสินค้าและบริการของตน ไปสู่การรับรู้ของผู้บริโภคในโลกออนไลน์นี้ ย่อมเป็นสิ่งที่เหมาะสมและน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทุกฝ่าย แต่อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online Social Network) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ในฐานะเครื่องมือทางการตลาดสำหรับธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางของสังคมที่มีโอกาสในการเข้าถึงข่าวสารข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ยังมีช่องโหว่ที่น่าประหลาดใจถึงความไม่พร้อม หรือไม่สมบูรณ์ในด้านต่างๆ ของฝ่ายผู้ประกอบการเองเป็นจำนวนมาก ที่ไม่สามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสหรือความเป็นไปได้ในการเข้าถึงเครือข่ายผู้บริโภคจำนวนมหาศาลในโลกแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนความรู้ในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ การขาดแคลนข้อมูลทางการตลาดที่มีคุณภาพในการนำเสนอข้อดีของสินค้า การขาดแคลนความรู้ด้านพาณิชย์อิเลคทรอนิคส์ (E-commerce) และความไม่พร้อมด้านการให้บริการ รวมถึงขาดแคลนระบบลอจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ
ดังที่เรารู้กันดีว่า ผู้ประกอบการด้านศิลปวัฒนธรรมจำนวนมากในประเทศไทยโดยเฉพาะในกลุ่มสืบทอดศิลปะ ซึ่งได้แก่ ผู้ประกอบการด้านหัตถกรรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การแพทย์แผนไทย และอาหารไทย กับกลุ่มศิลปะ ซึ่งได้แก่ ศิลปินในสาขาศิลปะการแสดง และศิลปินในสาขาทัศนศิลป์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ยังขาดความพร้อมอย่างสินเชิงในการแสวงหาประโยชน์จากอินเตอร์เน็ต แทบไม่จำเป็นต้องนับจำนวนให้เสียเวลาว่ามีศิลปินนักวาดภาพ ศิลปินสาขาศิลปการแสดงของไทย ช่างฝีมือหัตถกรรมของไทย หรือแพทย์แผนไทยสักกี่คนที่มีเว็บไซต์ที่ได้มาตรฐานเป็นของตนเอง หรือมีบัญชีผู้ใช้งานของเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตต่างๆ เช่น Facebook, Twitter หรือ MySpace เอาไว้ใช้โปรโมทสินค้าหรือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีข้อเท็จจริงที่น่าตกใจหรือน่าเศร้ายิ่งกว่า จากการสำรวจด้วยตนเองของผู้เขียน ด้วยการไปเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าด้านวัฒนธรรมที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอตามศูนย์แสดงงานต่างๆ หรือการไปเยี่ยมชมผลงานศิลปะของศิลปินหลายคน พบว่าทั้งผู้ประกอบการและศิลปินทั้งหลายเป็นนักธุรกิจที่ไม่มีแม้แต่ ‘นามบัตร’ ที่เป็นทางการสำหรับสินค้าของตน สำหรับการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหรือนักลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลดทอนโอกาสและความเป็นไปได้ในการประสบความสำเร็จอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งยังมีค่านิยมผิดๆระบาดในหมู่ศิลปินและผู้ประกอบการวัฒนธรรมจำนวนมากว่า การมีนามบัตร หรือเครื่องมือสื่อสารทางการตลาดต่างๆ สำหรับอาชีพของตน เป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่การงานชัดเจน ต้องมีตำแหน่งอยู่ในองค์กรหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น การระบุอาชีพหรือตำแหน่งศิลปิน นักเขียน ช่างปั้น หรือตำแหน่งช่างฝีมือจักสานลงไปในนามบัตรอาจดูเป็นเรื่องที่น่ากระอักกระอ่วน ชวนให้ขบขัน ทั้งที่การวาดภาพศิลปะหรือหล่อโลหะสำหรับขาย ก็เป็นธุรกิจการค้าที่ไม่แตกต่างอะไรกับธุรกิจอื่นๆ ตราบใดที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเกิดขึ้น ย่อมเป็นธุรกิจทั้งสิ้น จึงเป็นประเด็นที่หน่วยงานใดก็ตามที่มีหน้าที่ส่งเสริมให้ความสนับสนุนกับศิลปินและผู้ประกอบการวัฒนธรรมจำเป็นต้องให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมในการพัฒนาเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น นามบัตร สื่อโฆษณา พอร์ตฟอลิโอ เว็บไซต์ ฯลฯ
แทบไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไปแล้วว่า มีขุมทรัพย์มหาศาลอยู่ในโลกออนไลน์ และ เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Online Social Network) ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือขุดทองอันทรงประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจ แต่ก่อนที่จะก้าวไปแสวงหาประโยชน์จากบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Networking Service (SNS) ทั้งหลาย ศิลปินและผู้ประกอบการวัฒนธรรม ควรจะรู้ชัดว่า ตนเองจะต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องใดบ้าง
แม้ว่าจะมีเว็บไซต์จำนวนมากที่ทำตัวเป็นตลาดเสมือนหรือห้างสรรพสินค้าให้ผู้ขายและผู้ซื้อมาพบกัน เช่น eBay.com หรือ Amazon.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ e-Marketplace ระดับสากล ผู้ขายสามารถนำข้อมูลสินค้าของตนไปนำเสนอขายผ่านเว็บเหล่านั้นได้ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก หรือเว็บ e-Marketplace แบบไทยๆ ที่ได้รับความนิยมในบ้านเราก็เช่น Tarad.com, Pramool.com, Shopping.co.th, Weloveshopping.com ฯลฯ ซึ่งการขายสินค้าผ่าน e-Marketplace นั้นจะต้องเข้าไปเป็นสมาชิกก่อน ส่วนการเลือกใช้บริการเว็บไซต์ร้านค้าสำเร็จรูปก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยประหยัดเวลาการสร้างหน้าร้านได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นการประกาศขายรถยนต์ ขายภาพวาดศิลปะ ขายประติมากรรมรูปหล่อสำริด หรือขายตะกร้าหวาย สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญเหมือนกันสำหรับทุกธุรกิจในการค้าขายออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จคือความน่าเชื่อถือ
ศิลปินและผู้ประกอบการที่ต้องการนำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการเพื่อทำธุรกิจออนไลน์ จะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์เกี่ยวกับสินค้าและบริการของตน เลือกใช้รูปภาพประกอบแสดงคุณลักษณะของสินค้าและบริการที่มีความน่าสนใจและน่าเชื่อถือ รูปภาพที่ใช้ควรจะมีการจัดวางองค์ประกอบและจัดแสงให้ชัดเจนและสวยงาม ให้ผู้ซื้อสามารถมองเห็นรายละเอียดของสินค้าได้ครบถ้วน หากเป็นไปได้ควรมีภาพที่แสดงให้เห็นถึงการใช้งานจริง เช่น ถ้าขายสินค้าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย นอกจากจะมีภาพสินค้าเดี่ยวๆ แสดงบนหุ่นโชว์หรือชั้นวางสินค้าแล้ว ก็ควรมีรูปภาพนางแบบที่เป็นบุคคลจริง สวมใส่สินค้าชิ้นนั้นในอิริยาบทที่สวยงามมาประกอบ มีรายละเอียดในเรื่องขนาด น้ำหนัก รูปทรง รวมถึงรายละเอียดในการผลิตและวัสดุที่ชัดเจน จำนวนการสั่งซื้อขั้นต่ำ ราคาต่อชิ้น ราคาขายส่ง อัตราค่าจัดส่ง ระยะเวลาในการจัดส่ง ที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์และอีเมล์ในการติดต่อผู้ขาย แผนที่ตั้งร้านค้าหรือบริษัท และเว็บไซต์ ฯลฯ เช่น ภาพวาดสีน้ำมันรูปดอกไม้ป่า สไตล์อิมเพรสชั่นนิสม์ บนผ้าใบขนาด 100 x 80 เซ็นติเมตร ในกรอบไม้สักทองขนาดกว้าง 3 นิ้ว น้ำหนักรวม 300 กรัม ซึ่งข้อมูลคุณสมบัติที่ครบถ้วนเหล่านี้ ทำให้มีความน่าเชื่อถือ ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้ง่าย รวมถึงสามารถวางแผนในการสั่งซื้อและคิดถึงความเป็นไปได้ในการจัดส่งสินค้าอย่างเหมาะสม
การที่ศิลปินหรือผู้ประกอบการวัฒนธรรมมีข้อมูลที่สมบูรณ์นำเสนออยู่ใน e-Marketplace ซึ่งหลายเว็บไซต์ที่เป็นตลาดออนไลน์เหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะมีพื้นที่ซึ่งเรียกกันว่า ‘หน้าร้าน’ ให้ผู้ขายสามารถใช้เป็นเสมือนเว็บไซต์ของตนเองได้เป็นระบบสำเร็จรูป เจ้าของร้านในเว็บดังกล่าวมีสิทธิ์ในการปรับแต่งรูปแบบหน้าตาของ ‘หน้าร้าน’ ให้มีลักษณะเฉพาะตัวในระดับหนึ่งภายในเค้าโครงสร้างที่เจ้าของตลาดออกแบบไว้ แต่หากศิลปินหรือผู้ประกอบการวัฒนธรรมต้องการที่จะออกแบบจัดทำเว็บไซต์ของตัวเองขึ้น เพื่อให้มีความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างก็ย่อมทำได้ ซึ่งแน่นอนว่ามีผู้ให้บริการออกแบบเว็บไซต์จำนวนมหาศาลที่จะทำให้ต้องขบคิดต่อไปว่า เราควรจะจ้างใครมาทำ และจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ให้บริการนั้นๆ เป็นมืออาชีพตัวจริงหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวนี้มีทางออกที่คนทั่วไปนิยมกันอยู่สองวิธี วิธีแรกคือ เลือกจ้างบริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นเครื่องการันตีความสามารถ มีมาตรฐานการคิดค่าบริการชัดเจน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งอาจจะมีราคาสูงกว่าการจ้างนักออกแบบเว็บไซต์อิสระหรือฟรีแลนซ์แต่อุ่นใจได้มากกว่า วิธีที่สองคือใช้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปซึ่งจะมีบริษัทต่างๆ พัฒนาขึ้นมาขาย โดยออกแบบรูปร่างหน้าตาให้ใช้งานง่ายและมีระบบที่ไม่ซับซ้อน มีลูกเล่นต่างๆ ให้เจ้าของเว็บสามารถเข้าไปปรับเปลี่ยนหน้าตาได้เองอย่างง่ายๆ มีระบบเพิ่มข้อมูลที่จัดการได้ไม่ยาก โดยมากแล้วการใช้บริการเว็บสำเร็จรูปจะคิดค่าใช้จ่ายกันเป็นรายปี เมื่อครบกำหนดก็มีการต่ออายุกันไปเรื่อยๆ มีข้อดีคือ ลดความยุ่งยากและความเสี่ยงจากความไม่รู้ในด้านไอทีหรือด้านกราฟฟิกดีไซน์ลงไปได้มาก เพราะเว็บพวกนี้จะออกแบบไว้ด้วยหน้าตาที่ดูแล้วมีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ เมื่อเราใส่ข้อมูลที่ดีของเราลงไปก็ทำให้ดูน่าเชื่อถือได้ไม่ยากเย็น ที่สำคัญคือมีอีเมล์ให้เราใช้ติดต่อกับลูกค้าลงท้ายด้วยโดเมนเนมหรือชื่อเว็บไซต์ของเราเอง ทำให้สวยหรูดูดีกว่าการใช้อีเมล์ประเภท hotmail หรือ yahoo ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
เมื่อศิลปินและผู้ประกอบการวัฒนธรรมมีร้านค้าออนไลน์หรือมีเว็บไซต์ของตัวเองเป็นฐานที่มั่นสำคัญแล้ว ก็ถือว่ามีความพร้อมพอสมควร สำหรับการก้าวรุกเข้าไปหาประโยชน์จากบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Networking Service (SNS) แต่ทั้งนี้ก็ควรทำความเข้าใจถึงการใช้งานและทิศทางของบริการเหล่านี้ให้ครบถ้วนก่อน
บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Networking Service (SNS) เป็นรูปแบบของเว็บไซต์ที่ใช้ในการสร้างเครือข่ายสังคม สำหรับผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ต เพื่อเขียนอธิบายความสนใจ และกิจกรรมที่ได้ทำ เพื่อเชื่อมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อื่น ในบริการเครือข่ายสังคมทั่วไปในปัจจุบัน มักจะประกอบไปด้วย การแช็ต ส่งข้อความ ส่งอีเมล วิดีโอ เพลง อัปโหลดรูป บล็อก บริการเครือข่ายสังคมที่เป็นที่นิยมได้แก่ ไฮไฟฟ์ มายสเปซ เฟซบุ๊ก ออร์กัต มัลติพลาย โดยเว็บเหล่านี้มีผู้ใช้มากมาย เช่น ไฮไฟฟ์เป็นเว็บไซต์ที่คนไทยใช้มากที่สุด[1] ส่วนบริการเครือข่ายสังคม ที่ทำขึ้นมาสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ คือ บางกอกสเปซ [2] ในขณะที่ออร์กัตเป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศอินเดีย[3]
วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคำว่า Social Network คือการมีส่วนร่วมปฏิสัมพันธ์ด้วยกันได้ของทุกคน บนพื้นฐานความเชื่อว่าผู้ที่ติดต่อกันเหล่านั้นจะมีแต่ความปรารถนาดี สิ่งที่ดีๆ มอบให้แก่กันและกัน แม้ว่า Social Network จะไม่ใช่สิ่งใหม่ในโลกออนไลน์ แต่ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มคนที่ใช้อินเตอร์เน็ต ทำให้เครือข่ายขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ และจะยังคงแรงต่อไปอีกในอนาคต จากผลการสำรวจจากประเทศสหรัฐอเมริกายืนยันการใช้บริการ Social Network ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และมาแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกออนไลน์ ส่วนเว็บไซต์ที่มีจำนวนผู้เข้าชมสูงสุดทั่วโลก ก็เห็นจะเป็น My space, Facebook และ Orkut สำหรับเว็บไซต์ ที่มีเปอร์เซ็นต์เติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวคือ Facebook
การระบุความสัมพันธ์ในฐานะ ‘เพื่อน’ ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งหลาย เป็นการประกาศจุดยืนความเชื่อว่า สิ่งที่จะเชื่อมโยงผู้คนในโลกทั้งหมดเข้าด้วยกันคือ ‘มิตรภาพ’ ที่งดงามและจะนำมาซึ่งโอกาสในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างไม่สิ้นสุด อาจเป็นได้ทั้งมิตรภาพระหว่างคนที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และมิตรภาพที่อาจเกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ จากการได้ยอมรับข้อเสนอขอเป็นเพื่อนจากผู้คนใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งเพื่อนของเพื่อน หรือกับคนแปลกหน้า
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า เว็บไซต์เครือข่ายสังคมจะเป็นช่องทางสร้างโอกาสสำคัญในการเติบโตของโฆษณาออนไลน์ โดยมีจุดแข็งคือ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตามลักษณะของกลุ่มเครือข่ายสังคมที่หลากหลายและซับซ้อน เป็นการโฆษณาโดยใช้พลังทางเครือข่ายสังคม ซึ่งเป็นลักษณะการบอกต่อปากต่อปาก (Words of Mouth) โดยจะสร้างความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ผ่านการบอกเล่าของสมาชิกในเครือข่ายสังคม ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกถูกบังคับให้ต้องรับฟัง อีกทั้งผู้ประกอบการสามารถใช้เว็บเครือข่ายสังคมเป็นเครื่องมือการทำ CRM (Customer Relationship Management) ในงานประชาสัมพันธ์ทางการตลาด เนื่องจากจะมีการแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บ ทำให้ผู้ประกอบการรับรู้ Feedback ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
ขณะที่ผู้ใช้งานบางคนมองเห็นประโยชน์ของบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นเพียงพื้นที่เอาไว้พูดคุยสนุกสนาน อวดรูปถ่ายสวยๆ ของตัวเองกับเพื่อนฝูง แต่สำหรับในมุมมองของนักการตลาด เครือข่ายสังคมออนไลน์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เว็บไซต์ที่แชร์ข้อมูล รูปภาพอีกต่อไป แต่ได้พัฒนามาเป็นที่แนะนำสินค้า และสถานที่ที่สามารถซื้อหาได้ หรือที่รู้จัก กันในนามของ Collaborative Shopping Communities สมาชิกสามารถแบ่งปัน (Share) เกี่ยวกับเทรนด์ที่มาแรง แฟชั่น ร้านค้าที่ฮอตฮิต เปิดโอกาสให้นักการตลาดสามารถรับรู้ความสนใจและความต้องการของผู้บริโภคได้ตรง กลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นการค้าขายในเครือข่ายสังคมออนไลน์จึงได้กลายมาเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามอง
มีผลสำรวจและงานวิจัยหลายชิ้นสรุปตรงกันว่า การค้าขายในเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Network Shopping ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มวัยรุ่นและผู้หญิง โดยการค้าขายที่กำลังเติบโตบนพื้นที่นี้เป็นสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ เช่น แฟชั่น อาหารการกิน และศิลปะ เพราะสิ่งที่อยู่คู่กับการประกาศรสนิยมของตัวเอง คือการจับจ่ายสินค้าที่บอกรสนิยม และการยอมรับนับถือจากผู้คนรอบข้าง จึงทำให้การค้าขายในเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Network Shopping ตอบโจทย์สำหรับธุรกิจกลุ่มนี้อย่างตรงจุด
ความสำเร็จของธุรกิจด้านรสนิยมสำหรับการค้าขายในเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Network Shopping เป็นโอกาสและข้อได้เปรียบอย่างยิ่งสำหรับสินค้าและบริการทางศิลปวัฒนธรรมที่เข้าข่ายว่าเป็นสินค้าที่แสดงถึงรสนิยม ไม่ว่าจะเป็น ผลงานศิลปะรูปแบบต่างๆ สินค้าประดับตกแต่ง สินค้าแฟชั่น อาหาร รวมถึงสินค้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว
เมื่อศิลปินและผู้ประกอบการศึกษาจนเข้าใจธรรมชาติและข้อได้เปรียบของการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์แล้ว ก็จะได้ประโยชน์มากจากการพัฒนาเครือข่ายความสัมพันธ์ของธุรกิจตัวเองกับผู้บริโภค เพราะคนที่แสดงออกชัดเจนชอบบริโภคสินค้าหรือบริการแนวใดแนวหนึ่ง มีแนวโน้มสูงที่จะสนใจบริโภคสินค้าที่ใกล้เคียงหรือในลักษณะเดียวกัน เช่น ผู้ที่ชอบแต่งกายด้วยผ้าทอมือ หรือผ้าโบราณ ก็อาจจะนิยมใช้เครื่องประดับแฮนด์เมด หรือสินค้าแอนทีค รวมถึงสนใจการตกแต่งบ้านในสไตล์วินเทจ ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับการตกแต่ง ชอบงานศิลปะ ชอบท่องเที่ยวชมโบราณสถาน ฯลฯ การรู้จักผู้บริโภคหรือผู้ซื้อในฐานะเพื่อน หรือเพื่อนของเพื่อน ที่เปิดโอกาสเรารู้จักในรสนิยมและแนวทางการบริโภคของเขาเป็นอย่างดี ทำให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจสามารถทำได้ชัดเจน มีข้อมูลของสมาชิกที่จะทำให้สินค้าและการบริการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนลงแรงกับการทำการตลาดในเครือข่ายสังคมออนไลน์จึงจัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดที่วัดผลได้ และน่าจะมีความคุ้มค่ากับการลงทุน (Return of Investment) หากเปรียบเทียบต้นทุนค่าใช้จ่ายกับการสื่อสารการตลาดด้วยสื่ออื่นๆ เช่น นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ ถือว่าเป็นการลงทุนที่เล็กน้อยมาก
เช่นเดียวกับทุกสิ่งในโลกที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เครือข่ายสังคมออนไลน์ ก็เป็นบริการออนไลน์ที่ส่งผลต่อชีวิตทางลบมนุษย์ได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตที่เกิดจากภาวะเสพติดการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีเข้ามามากมายสารพัดรูปแบบ ทำให้ต้องเสียเวลา เสียงานเสียการ และในความเป็นจริงแล้ว ความสัมพันธ์ที่เรียกว่ามิตรภาพในสังคมชนิดนี้ก็เป็นเพียงความสัมพันธ์อันฉาบฉวย ไร้แก่นสาร เพราะขาดการสื่อสารระหว่างบุคคลแบบเผชิญหน้าที่แท้จริง ไม่ได้ต้องการรู้จักกันจริง แม้ว่าการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปขนาดไหนก็ไม่อาจมาแทนที่การปฏิสัมพันธ์กันด้วยความจริงใจที่คนเรามีให้กันได้ ในขณะที่นักพัฒนาโปรแกรมกำลังตื่นเต้นกับการออกแบบเครื่องมือแสนวิเศษให้ผู้บริโภคถูกสะกิดแบบออนไลน์ได้ในวาระต่างๆ เช่น การส่งบัตรอวยพรอิเลคโทรนิคส์ การส่งดอกไม้ออนไลน์ การส่งข้อความร่วมยินดีในวันเกิด การแจ้งโปรโมชั่นพิเศษใหม่ๆ ที่ไม่มีวันสิ้นสุด รวมถึงการพยายามสร้างกลยุทธ์หลอกล่อให้เห็นดีเห็นงามกับสินค้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ผ่านโฆษณาแฝงสุดอัจฉริยะต่างๆ ที่แนบเนียนจนยากจะจับได้ว่าเป็นการหลอกล่อผู้ซื้อให้กลายเป็นเหยื่ออันโอชะ ฯลฯ ผู้คนก็เริ่มจะขยะแขยงการติดต่อที่แห้งแล้วเย็นชาของนักการตลาดที่ฉลาดแต่ไร้หัวใจเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนในวันหนึ่งก็อาจกลายเป็นสิ่งน่ารังเกียจไปได้ พูดง่ายๆ ก็คือ Hi-Tech ย่อมไม่มีความหมายหากปราศจาก Hi-Touch
นอกจากนี้ ความไม่รู้จักพอเสียทีของบรรดานักการตลาดที่พยายามจะเข้าหาผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายด้วยการแฝงตัวเข้ามาเป็นเพื่อน หรือสร้างกลุ่มเพื่อนปลอมๆ เข้ามาปั่นหัวให้ผู้ซื้อติดกับในเครือข่ายสังคมออนไลน์นั้น ก็มีแนวโน้มที่จะถูกกาลเวลาและสติของผู้บริโภคกัดกร่อนให้พังทลายลงไปเองตามธรรมชาติ ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายต่อการปฏิสัมพันธ์ที่หลายหลายและซับซ้อนจนน่าเวียนหัว และในที่สุด ความวุ่นวายที่มากเกินพอดีนี้เอง จะขับเคลื่อนให้ผู้บริโภคเกิดวุฒิภาวะบางอย่างที่จะมุ่งแสวงหาความสงบและความเป็นปัจเจกอย่างแท้จริงโดยปราศจากการรบกวนของเครือข่ายสังคมที่มีเพียงปริมาณแต่ไม่มีคุณภาพ
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้มากทีเดียว ที่ความสมดุลระหว่างความอหังการ์ อัตตา และความถ่อมตนในการสร้างสรรค์ หรือผลิตสินค้าของศิลปินและผู้ประกอบการวัฒนธรรม อาจจะเป็นหนึ่งในเกราะคุ้มกันความเสี่ยงจากด้านมืดที่น่าชังของ บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือ Social Networking Service (SNS) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งหนึ่งที่สนับสนุนความสำเร็จในธุรกิจได้เป็นอย่างดี และในอนาคตหากหน่วยงานที่มีส่วนสนับสนุนได้เข้ามาส่งเสริมให้ศิลปินและผู้ประกอบการวัฒนธรรม มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาช่องทางการตลาดให้กับผลงานอันทรงคุณค่าของตัวเองแล้ว ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมในการการนำมิติทางวัฒนธรรมมาเพิ่มคุณค่าและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมให้เติบโตและประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
ผู้เขียน : วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์
editor@hiclassmagazine.com
วันที่ 1 กรกฎาคม 2553
ที่มา : นิตยสาร HI-CLASS |
| |
Share to Facebook
|
|
|
|
| |
| ---------------------------------------------------------------------------------------- |
|
|
ให้คะแนนบทความนี้
คะแนนบทความนี้: 1.0/5ดาว (จากจำนวนโหวต 1 vote ) |
|
|
|
|